ถังเก็บน้ำ เป็นสิ่งที่สำคัญที่แทบจะทุกบ้านต้องมีเพราะ น้ำดื่ม คือสิ่งจำเป็นสิ่งแรกสำหรับการดำรงชีวิตในภาวะสถานการณ์ภัยพิบัติ ดังนั้นในภาวะปกติการเก็บกักตุนน้ำให้พอเพียงกับการใช้งานในวันที่น้ำไม่ไหล หรือในภาวะภัยแล้ง จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นเหมือนเช่นบ้านไทยในอดีตที่มักมีตุ่มน้ำเรียงรายเก็บกักน้ำฝนไว้ดื่มกิน แต่รูปแบบในวันนี้อาจเปลี่ยนจากตุ่มเรียงแถว มาเป็น “แทงค์น้ำ – ถังเก็บน้ำ” ใบใหญ่ที่แค่เพียงปล่อยน้ำเข้า ก็มีน้ำใช้ไปได้นาน แล้วแทงค์น้ำขนาดเท่าใดกัน จึงจะเหมาะและพอเพียงกับสมาชิกในแต่ละครอบครัว มาทำความรู้จักกับถังเก็บน้ำว่าถังเก็บน้ำแบบใดที่จะเหมาะกับครอบครัวของเรา

รูปแบบของ ถังเก็บน้ำ

ถังเก็บน้ำ มีด้วยกันหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน สถานที่ติดตั้ง ขนาดพื้นที่ใช้สอยของแต่ละบ้าน รวมถึงงบประมาณที่พอเหมาะพอควร
– ถังเก็บน้ำแบบสแตนเลส ทนแดด ทนฝน น้ำหนักน้อย ไม่เป็นสนิม ไม่เกิดกลิ่น เมื่อเก็บน้ำเป็นเวลานานติดตั้งและทำความสะอาดง่าย มีท่อระบายตะกอนที่ก้นแท็งค์น้ำ ข้อควรระวัง ควรระวังเรื่องรอยเชื่อมต่ออาจเกิดการรั่วซึมและเป็นสนิมได้ ไม่เหมาะกับการบรรจุน้ำกร่อย น้ำทะเล
– ถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาส เหมาะกับระบอุตสาหกรรม ติดตั้งได้ทั้งแบบบนดินและฝังดิน ไม่เป็นสนิม ซึ่งเป็นถังที่ไม่ควรเก็บน้ำดื่ม ข้อควรระวัง ในการใช้งานระยะยาวใยไฟเบอร์กลาสอาจเสื่อมและหลุดออกมาปนเปื้อนในน้ำทำให้มีกลิ่นเหม็น ทำความสะอาดยาก และมีน้ำหนักมากเคลื่อนย้ายลำบาก
– ถังเก็บน้ำโพลีเมอร์ ทนต่อแสงอัลตราไวโอเลต ไม่แตกกรอบง่าย ทึบแสง ไม่เป็นตะไคร่ เหมาะที่จะใช้เพื่อเป็นถังเก็บน้ำโดยเฉพาะ มีรูปทรงและสีสันสวยงามเหมาะกับบ้านยุคใหม่ทุกสไตล์ ข้อควรระวัง ล้างตะกอนยาก เพราะท่อระบายน้ำอยู่ด้านข้างของถัง ต้องระวังเรื่องข้อต่อต่างๆ อาจหลุดออกจากกันได้ง่าย ตัวถังมีน้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายและติดตั้งยาก
– ถังเก็บน้ำพลาสติก ทนการกัดกร่อนของกรดและสารเคมีบางชนิดได้ ไม่มีรอยต่อ ไม่เป็นสนิม มีทั้งแบบบนดินและฝังดิน ซึ่งถ้าเป็นพลาสติกเกรดดีๆ ก็สามารถบรรจุน้ำดื่มได้ ข้อควรระวัง อาจมีเมือกลื่นเกาะในถัง ทำความสะอาดยาก เคลื่อนย้ายไม่สะดวก มีกลิ่นเหม็นของเนื้อ

ถังเก็บน้ำ ขนาดไหนที่เหมาะกับครอบครัวเรา

โดยเฉลี่ยแล้ว หนึ่งคนจะใช้น้ำอยู่ที่ 200 ลิตร/วัน/คน ซึ่งน้ันหมายความว่าขนาดถังเก็บน้ำสำรองก็ควรจะคิดจากปริมาณของสมาชิกในบ้านคูณด้วยปริมาณการใช้น้ำต่อวัน (เมื่อได้ผลลัพธ์ควรคูณด้วย 2 อีกที เผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินน้ำไม่ไหลมากกว่า 1 วัน) ส่วนถังเก็บน้ำฝน ขอให้เลือกขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีพื้นที่จัดวาง เพราะต้องเก็บน้ำฝนให้ได้มากพอสำหรับการรอหน้าฝนอีก 1 ปี ข้างหน้า

การติดตั้งถังเก็บน้ำที่ต้องรู้

เมื่อได้แทงค์น้ำที่ต้องการแล้วตำแหน่งการจัดวางและติดตั้งต้องรู้ด้วยว่าบ้านของเราจะติดตั้งแทงค์ไว้ตรงไหนได้ ที่สำคัญแทงค์น้ำขนาดใหญ่จะขนเข้าบ้านได้อย่างไรนั้นห้ามละเลยเด็ดขาด ว่าจะขนข้ามรั้ว ยกผ่านประตูบ้านได้หรือไม่
– แทงค์น้ำต้องติดตั้งเดินท่อตรงจากมิเตอร์เข้าสู่แทงค์มีระยะห่างไม่เกิน 2 เมตร สำหรับติดตั้งปั๊มให้ไม่โดนแดด โดนฝน และห่างจากผนังอย่างน้อย 5 เซนติเมตร โดยให้พื้นที่รอบๆ เหลือกว้างอย่างน้อง 10 เซนติเมตร ส่วนด้านบนให้มีพื้นที่พอให้เปิดฝาถังทำความสะอาดได้สะดวก
– การติดตั้งแทงค์น้ำบนพื้นคอนกรีตที่เพิ่งเทเสร็จ ควรให้คอนกรีตมีอายุอย่างน้อย 7 วัน ซึ่งจะรับน้ำหนักได้ แข็งแรงประมาณ 90 % หรือหลัง 28 วันจะรับน้ำหนักได้เต็มที่
– ตั้งแทงค์น้ำในตำแหน่งที่การต่อท่อจากแทงค์ไปยังปั๊มน้ำทำได้สะดวก ไม่เกะกะ และต่อท่อระบายตะกอนที่ก้นแทงค์ เพื่อสะดวกในการทำความสะอาด
– ใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อที่เป็น พีวีซี ทองเหลือง หรือสแตนเลสขนาด 3/4 หรือ 1 นิ้ว เพื่อให้น้ำไหลเข้าได้เร็วและเพื่อป้องกันการผุกร่อนและเป็นสนิม